เจาะแผนเสริมทัพของคล็อปป์ โดย “มาริโน่”

ได้มาแล้วสอง แต่โม ซาลาห์ ถือเป็นดีลจัดหนักรายแรกของ “หงส์แดง” ในช่วงตลาดร้อนนี้

อพาร์ทเม้นคลอง6 คำถามตามมาแน่นอนว่าแล้วเจอร์เก้น คล็อปป์ จะหมายตาเดินหน้าล่าใครต่อ

เพื่อไม่ให้เป็นการหลงทาง ผมเจาะมันสมองเข้าไปถึงซีรีบรัมว่ากุนซือเยอรมัน กำลังคิดแผนการอะไร มาสรุปให้เป็นข้อๆ

1. ซื้อไม่เยอะ
ใครคาดหวังจะเห็นการเสริมทีมแบบยกโหลจากตลาดโบ๊เบ๊ เตรียมตัวผิดหวังได้เลย
คล็อปป์ บอกแล้วว่าถ้านักเตะทุกคนฟิต ลิเวอร์พูล ไม่เป็นสองรองใครในลีก จากผลงานในช่วงครึ่งแรกของซีซั่นที่ผ่านมา
และไม่ว่าการเจอทีมใหญ่หรือเล็ก ก็ไม่ใช่ปัญหา จนกระทั่งเมื่อผู้เล่นตัวหลักเริ่มทยอยกันเจ็บทีละคนสองคน

2. คุณภาพมาก่อนปริมาณ
ซัมเมอร์ก่อน คล็อปป์ สอยนักเตะใหม่ 6 คน แต่ใช้การได้จริงๆ แค่ครึ่งเดียว โอเคว่าไม่น่าเกลียด แถมสองในนั้นได้มาแบบฟรีๆ
แต่หลังผ่านฤดูกาลอันขรุขระลำบาก ปัญหาถูกมองทะลุปรุโปร่งว่าปริมาณไม่ช่วยอะไรเมื่อถึงเวลาต้องเรียกใช้งาน แต่กลับเห็นดาวรุ่งนั่งหน้าสลอนเต็มพรืด
เป็นบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับการเสริมทัพในคราวนี้ และเด็กหงส์ต้องทำใจแต่เนิ่นๆ ว่าแต่ละดีลต้องใช้เวลาลากยาวแบบนี้อีกเป็นแน่ เพราะเป้าหมายที่เล็งไว้ นอกจากค่าตัวสูงแล้ว ยังมีคู่แข่งรุมเป็นปลาสวายแย่งขนมปัง

3. สามตำแหน่งที่เล็งไว้
ปิดจ็อบตัวรุกริมเส้นมาช่วยแบ่งเบาภาระจากซาดิโอ มาเน่ ไปได้แล้วหนึ่ง แต่คล็อปป์ ยังเหลืออีกสองตำแหน่งที่เป็นจุดเปราะบางของลิเวอร์พูล
ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา เซนเตอร์แบ็กคือความจำเป็นอย่างยิ่งยวดหลังจากต้องยอมถอยหนึ่งก้าวในการไล่ล่าเวอร์กิล ฟาน ไดค์
แต่ตราบใดที่ตลาดยังไม่ปิด อย่าเพิ่งวางใจว่าหงส์แดงจะล้มเลิกโปรเจคท์นี้ไปง่ายๆ
อีกหนึ่งคือมิดฟิลด์ขาบู๊ในแดนกลาง โมเดลเดียวกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ของเชลซี ที่กำลังอินเทรนด์น่าดู

4. จับตานักเตะจากบุนเดสลีกา
คงแปลกระดับแฟนผีปันใจเชียร์หงส์ให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ถ้าคล็อปป์ จะเบือนหน้าไม่สนใจนักเตะจากลีกเยอรมัน มาเติมโควตาในแอนฟิลด์
ปีก่อนจัดมา 4 คนจาก 6 แข้งใหม่ และมันก็เป็นเหตุการณ์ปกติที่กุนซือจากประเทศไหน ก็มักมองหาผู้เล่นในลีกนั้นด้วยความรู้ลึกรู้จริงและคุ้นเคยกว่า เหมือนตอนที่เชราร์ อุลลิเย่ร์ หรือราฟา เบนิเตซ คุมทีม
ฉะนั้น เดาล่วงหน้าได้เลยว่าจบตลาดในวันที่ 31 สิงหา ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งอิมพอร์ตมาจากเมืองเบียร์

For more post, please visit เจาะแผนเสริมทัพของคล็อปป์ โดย “มาริโน่”.

อดีตแข้งทีมชาติไทย ผจญภัยในโมซัมบิก

“โอ”นครินทร์ ฟูปลูก อดีตกองหลังทีมชาติไทยชุดใหญ่และเยาวชน เดินหน้าลุยธุรกิจระหว่างประเทศแบบเต็มตัวหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวยุติบทบาทแข้งอาชีพไปแบบเงียบๆตั้งแต่ปี 2015 ที่พาทีมสโมสรฟุตบอล สระบุรี เอฟซี ก้าวขึ้นไปเล่นระดับไทยลีกหรือลีกสูงสุดของเมืองไทยได้สำเร็จด้วยการพาทีมจบด้วยอันดับ 3 ของลีกดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2014

โทรต่างประเทศราคาประหยัด ซึ่งล่าสุด อดีตกองหลังมากประสบการณ์ทีมชาติไทยไปปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่จันทบุรี บ้านภรรยาโดยหันเหแนวทางตัวเองจากนักเตะอาชีพมาเป็นนักธุรกิจค้าพลอยแบบจริงจังซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวแฟน นอกจากนั้นยังต้องโบยบินไปดูพลอยยังทวีปแอฟริกา ณ ประเทศโมซัมบิก อยู่บ่อยๆ เพื่อคัดพลอยมาเปิดตลาดในเมืองไทยสร้างทางเลือกธุรกิจพลอยให้มากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวเล่าถึงการตัดสินใจเดินบนเส้นทางนี้ว่า “ที่ผ่านมาผมเลิกเล่นฟุตบอลมา 3 ปีแล้ว เพราะว่าเกิดอาการอิ่มตัวไปในช่วงหนึ่งสมัยที่พาสระบุรีขึ้นไทยลีกเลยหันมาทำธุรกิจพลอยอย่างเต็มตัว หลังจากนั้น การเดินทางข้ามทวีปครั้งแรกของผมที่ไม่ใช่การเล่นฟุตบอลมันกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายเพราะทุกอย่างอยู่ในมือเรา”
” ที่ประเทศโมซัมบิกได้เห็นมุมมองต่างๆมากมาย ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2 แสนบาท แต่ผลตอบแทนก็คุ้มกับความเหน็ดเหนื่อย ผมต้องไปเลือกพลอยเองจากตลาดในโมซัมบิก กินนอนในบ้านดินแบบไม่มีแอร์ที่ทางคู่ค้าธุรกิจจัดไว้ให้ฤดูร้อนที่นั่นมีเพียงแค่ 2 เดือน มันก็สนุกไปอีกแบบท้าทายพอๆกับในสนามฟุตบอลรายได้ก็ถือว่าดีระดับหนึ่ง แม้ว่าประเทศเขายังไม่พัฒนามากนักแต่สิ่งที่ผมได้สัมผัสคือธรรมชาติที่สมบูรณ์ทรัพยากรที่เต็มเปี่ยมสวยงาม”
” ในเหมืองพลอยเขาจะห้ามคนต่างด้าวเข้าไปจะได้สัมผัสมันจริงๆก็ตอนมาถึงตลาดพลอยตรงนั้นคือหน้าที่ของผมที่ต้องคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุด กฎหมายที่โมซัมบิกกับเรื่องราวของธรรมชาติค่อนข้างเคร่งครัด อีกสิ่งที่ประทับใจคือความมีน้ำใจของคนที่นั่นมันเหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ของผม ส่วน เรื่องของฟุตบอลกับผมเวลานี้ทางทีม จันทบุรี ระดับ ที4 ติดต่อเข้ามา แต่ขอดูอีกครั้งเพราะธุรกิจค่อนข้างรัดตัวในช่วงวันศุกร์และเสาร์ ตลาดพลอยจะคึกคักรวมไปถึงเลิกเล่นไป 3 ปี แล้ว วันนี้ผมคิดว่าชีวิตผมเลือกทางเดินไม่ผิดได้ทำอะไร?ที่อยากทำทั้งหมดด้วยตัวเองทั้งการติดทีมชาติ,รับราชการทหารเรือ,เล่นฟุตบอลอาชีพ และ เป็นพ่อค้าพลอยระหว่างทวีป”

“โอ”นครินทร์ ฟูปลูก อดีตกองหลังทีมชาติไทย วัย 34 ปี เคยลาออกจากข้าราชการทหารเรือในยศ จ่าตรี ตอนอายุ 19 ปี สมัยเล่นให้กับราชนาวี เมื่อ 15 ปี ที่แล้ว เลือกเส้นทางฟุตบอลอาชีพกับสโมสร ธ.กรุงเทพ และ ย้ายไปเล่นให้กับ บีอีซี เทโรฯ,การท่าเรือ,ศรีสะเกษ,อาร์แบค,แอร์ฟอร์ซ,ระยอง ยูไนเต็ด และ สระบุรี เอฟซี ส่วนการโลดแล่นในนามทีมชาติชุดใหญ่เขาลงเล่นให้ทีมชาติไทยในยุคของ ซิกกี้ เฮลด์ กุนซือชาวเยอรมัน

Read more post at อดีตแข้งทีมชาติไทย ผจญภัยในโมซัมบิก.

SENA เผยโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้งาน วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนที่ตั้งที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการออกแบบห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับที่ตั้งที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนที่ตั้งวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลคอนโดใหม่ ในกรุงเทพผู้บริโภคภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

Please visit SENA เผยโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้งาน วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน for more article.

BSR คว้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง จัดทำ EIA ส่วนต่อขยาย

หลังจากที่ถูกกฤษฎีกาตีกลับให้ศึกษาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนเพิ่มเติมเรื่องการเชื่อมต่อของ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง ล่าสุด ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน (PPP Net Cost) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย–มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

สำหรับ 2 โครงการนี้จะเป็นรถไฟฟ้าแบบโมโนเรล ซึ่งผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ (BSR Joint Venture:BSR JV) ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และ บมจ.ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) มีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็นงานก่อสร้างติดตั้งระบบ 3 ปี 3 เดือน และให้เซอร์วิสเดินรถและบำรุงรักษา 30 ปี

ข้อมูลจาก Render Thailand ระบุว่า สำหรับส่วนต่อขยายที่ทางกลุ่ม BSR เสนอจะต้องมีการจัดทำ EIA ประมาณ 1 ปีครึ่ง และต้องเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจร หรือ คจร.เห็นชอบเพื่อบรรจุในแผนแม่บทรถไฟฟ้า

ที่มา: TNN, Render Thailand

Please visit BSR คว้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง จัดทำ EIA ส่วนต่อขยาย for more article.

ยินดีด้วย!แข้งผีร่วมงานแต่งสมอลลิ่ง

คริส สมอลลิ่ง เป็นแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด รายที่ 3 ในรอบสัปดาห์นี้ ที่จูงมือแฟนสาวแต่งงาน โดยไปจัดพิธีกันที่เมืองมะกะโรนี ท่ามกลางแขกเหรื่อมากมายรวมทั้งเพื่อนร่วมทีม “ปีศาจแดง” ที่นำมาโดย เวย์น รูนี่ย์

คริส สมอลลิ่ง ปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ฤกษ์เป็นฝั่งเป็นฝา หลังควงแขน แซม คุก แฟนสาว เข้าพิธีวิวาห์ที่บริเวณทะเลสาบ ในเมืองโคโม ประเทศอิตาลี เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา

สมัคร ฮอลิเดย์ ในงานนี้มีเพื่อนร่วมทีม “ปีศาจแดง” มาร่วมเป็นสักขีพยานหลายรายนำโดย เวย์น รูนี่ย์ กองหน้ากัปตันทีมที่มากับ คอลีน ภรรยา, ลุค ชอว์, ฟิล โจนส์ และ แดนนี่ เวลเบ็ค ที่เวลานี้ไปอยู่กับ อาร์เซน่อล

สมอลลิ่ง ถือเป็นนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด รายที่ 3 ที่เข้าพิธีวิวาห์ในรอบสัปดาห์นี้ ต่อจาก โจนส์ ที่แต่งกับ คาย่า ฮอลล์ เมื่อวันเสาร์ และ มัตเตโอ ดาร์เมียน ที่แต่งกับ ฟรานเชสก้า คอร์มานนี่ เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

For related post, please visit ยินดีด้วย!แข้งผีร่วมงานแต่งสมอลลิ่ง.

เผย!คล็อปป์ปลอมตัวดูเลวานก่อนดึงเข้าดอร์ทฯ

แมวมอง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผย เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน แอบปลอมตัวไปดู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอกโปแลนด์ ก่อนคว้ามาร่วมทีมเมื่อ 7 ปีก่อน บอกมีการเฝ้าติดตามฟอร์มกว่า 30 ครั้ง เนื่องจาก “เสือเหลือง” ไม่อาจเสี่ยงทุ่มเงินได้ในตอนนั้น

อาร์เทอร์ พลาเท็ค แมวมอง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรแห่งศึกบุนเดสลีกา ออกมาเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน แอบปลอมตัวไปดูฟอร์มการเล่นของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงโปแลนด์ ก่อนคว้าตัวมาร่วมถิ่นซินัล อิดูน่า พาร์ค

คล็อปป์ ดึงตัว เลวานดอฟสกี้ มาจาก เลช พอซนัน สโมสรในลีกโปแลนด์ ด้วยราคาเพียง 4.5 ล้านยูโร (175.5 ล้านบาท) เท่านั้นเมื่อปี 2010 และเขาก็กลายเป็นตัวหลักของ ดอร์ทมุนด์ ตั้งแต่นั้นมา โดยช่วย “เสือเหลือง” คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 ปีซ้อน ก่อนย้ายไปร่วมทีม บาเยิร์น เมื่อ 3 ปีก่อน และล่าสุด พลาเท็ค ออกมาเผยว่า ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้ทุ่มอย่างสุดตัวก่อนคว้าสตาร์ทีมชาติโปแลนด์

“เท่าที่ผมรู้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้รับการจับตามองมากกว่า 30 ครั้ง นั่นรวมถึงการแอบไปดูของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่สนามในพอซนัน ซึ่งเขาสวมหมวกและดึงฮู้ดขึ้นคลุมหัว โบรุสเซีย ไม่อาจเสี่ยงทุ่มเงินได้ในตอนนั้น ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ คล็อปป์ ไปดู โรเบิร์ต ด้วยตัวเอง” พลาเท็ค กล่าว

holiday palace เข้าไม่ได้ เลวานดอฟสกี้ ตกเป็นข่าวย้ายทีมในช่วงสัปดาห์นี้ หลังจากมีรายงานว่า เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างอยากได้ไปเสริมทัพ หลังจากดาวยิงวัย 28 ปีไม่มีความสุขกับการพลาดคว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกา แต่ บาเยิร์น ก็ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยออกไปในซัมเมอร์นี้แน่นอน

For related post, please visit เผย!คล็อปป์ปลอมตัวดูเลวานก่อนดึงเข้าดอร์ทฯ.

เผยกลยุทธ์ 3 หมากรบ V Property เข้าตลาดฯภายในปี 62 ท้าชนยักษ์ชิง Segment คอนโดมิเนียม Luxury เสริมแลนด์แบงก์และขุนพลฝีมือดี

เปิดนักขายบ้านมืออาชีพกลวิธี 3 หมากรบ V Property เตรียมแต่งตัวเตรียมตลาดฯภายในปี 62 วางเป้ารายรับแตะ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 63 ท้าชนยักษ์ใหญ่อสังหาฯชิง Segment คอนโดมิเนียม Luxury พร้อมเสริมแลนด์แบงก์ทำเลทอง–ดึงขุนพลฝีมือดีจากค่ายใหญ่ แย้มครึ่งปีหลังเปิด 2 โครงการยึดทำเลรถไฟฟ้าสุขุมวิท มูลค่า 2,500 ล้านบาท ชูบริการ V-Service 360 องศา–ลูกค้าทุกคนคือ V-VIP ชี้โครงการเกิดใหม่ทำเลใจกลางเมืองปรับราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 15%

นายพรชัย เลิศอนันต์โชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (V Property) ซึ่งมีผลงานการพัฒนาโครงการคอนโดระดับ Luxury อาทิ H Sukhumvit 43 และ VTARA36 “Top of Low Rise Condominium at The Heart of Thonglor” กล่าววิเคราะห์สถานการณ์ตลาดอสังหาฯว่า อนาคตคอนโดฯระดับ Luxury ที่จะสร้างขึ้นใหม่ส่วนมากจะอยู่ในทำเลใจกลางเมือง เช่น เพลินจิต, ชิดลม, หลังสวน, ทองหล่อ, สุขุมวิท 39-49 โดยจะมีการปรับราคาสูงขึ้นเฉลี่ย 15% ทั้งนี้โครงการ Luxury ใหม่ๆที่เปิดในย่านใจกลางเมืองปีนี้ราคาเฉลี่ยสูงกว่า 200,000 บาทต่อตารางเมตร สืบเนื่องจากต้นทุนที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆทำเล ต้นทุนการพัฒนาโครงการและโสหุ้ยอื่นๆยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงไปถึงเขตพื้นที่ต่อเนื่องที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ ดินแดง พหลโยธิน พระโขนง และ ประชาชื่น ในขณะที่โครงการทำเลกรุงเทพมหานครชั้นนอกราคาปรับขึ้นที่ประมาณ 8 %

นายพรชัย กล่าวถึงประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการจูงจกลุ่มนักลงทุน “เรื่องของ Rental Yield และ Capital Gain เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบจากข้อมูลตลาดบวกกับแผนยุทธศาสตร์ของ V Property แล้ว ผู้ลงทุนทุกท่านจะต้องได้เงินกำไรจากการลงทุนอย่างแน่นอน ลูกค้า VTARA 36 มั่นใจได้เลยว่าราคาห้องชุดจะต้องสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน และยังมีการการันตี Yield 10% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของตลาดซึ่งปัจจุบันอยู่เพียงแค่ 2-3% เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นคอนโดในซอยสุขุมวิท 36 ที่เป็นทำเลที่ตั้งของ VTARA36 นั้น ปัจจุบันคอนโดที่จะขึ้นใหม่ในปี 2560 และอนาคตอันใกล้ล้วนมีราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรมากกว่า 200,000 บาท บางโครงการมีข่าวว่ามีแนวโน้มสูงถึง 300,000 บาทต่อตารางเมตร ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ลูกค้าที่ซื้อ VTARA36 สามารถทำกำไรได้ทันที หรือมี Capital Gain ที่ค่อนข้างสูง”

นายพรชัยกล่าวถึงผลประกอบการไตรมาส 1/2560 ว่าบริษัท V Property ทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง VTARA36 ที่ได้รับการตอบรับที่ดีมาก จนถึงขณะนี้มียอดจองมากกว่า 95 % และได้ประกาศแผนกลยุทธ์เพื่อชิง Market Share หรือชิงเค้กคอนโดฯระดับ Luxury ประกอบด้วย 3 หมากรบ ดังนี้

หมากที่ 1 : วางเป้ารายรับแตะ 5,000 ลบ. และ เข้าตลาดฯไม่เกิน ปี 2562

กำหนดยุทธศาสตร์เน้นพัฒนาโครงการแนวสูง บริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ สายสุขุมวิทเป็นหลัก เป้าหมายรายได้แตะ 5,000 ล้านบาทก่อนปี 2563 พร้อมทั้งตั้งเป้านำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2562 เพื่อนำเงินที่ระดมเงินทุนไปขยายธุรกิจรองรับการเติบโตในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมตามกฏการดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการจะนำธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เชื่อว่าจะสามารถสร้างความแข็งแกร่ง ความมั่นคงและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและองค์กรได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับธุรกิจของ V Property มากขึ้นจากเดิม

หมากที่ 2: ท้าชนยักษ์อสังหาฯ ชิง Segment ระดับ Luxury

นายพรชัยกล่าวถึงการแข่งขันในตลาดอสังหาฯที่มีความเข้มข้นว่า “แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทจำนวนมาก แต่บริษัทมีความได้เปรียบ ด้านมีการกำหนดราคาคอนโดฯที่สมเหตุสมผล หรือ ที่เรียกว่า “Good Investment” โดยมองว่าราคาที่ดินในเมืองโดยเฉพาะสุขุมวิทและทองหล่ออย่างไรก็ต้องมีการปรับขึ้น เพราะ Supply น้อยกว่า Demand และด้วยราคาที่ดินที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาโครงการใหม่ต้องถูกกำหนดราคาที่สูงตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“รายงานวิจัยตลาดอสังหาฯ พบว่าราคาโครงการระดับ Luxury ใจกลางเมืองมีราคาสูงขึ้นที่ประมาณ 200,000 บาทต่อตารางเมตร ถ้านักลงทุนต้องการจะซื้อเพื่อปล่อยเช่าจะได้ Yield อยู่ไม่เกิน 3-4% เท่านั้น ซึ่งยังไม่นับรวมค่าส่วนกลางรายปีที่ต้องจ่าย ในส่วนของ Capital Gain ผมมองว่านักลงทุนกลุ่มนี้จะต้องมองการลงทุนระยะยาวมากกว่า 2 ปี ขึ้นไปเพื่อรอให้ราคาที่ดินและราคาตลาดคอนโดฯปรับตัวขึ้นไปก่อน จึงสามารถปล่อยขายทำกำไรได้ โดย VTARA36 และโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้อีก 2 โครงการจะต้องตอบโจทย์ดังกล่าว”

CEO แห่ง V Property กล่าวเสริมว่า “เรามี Competitive Advantage ที่กลวิธีการมองหาทำเลของ V Property มุ่งเน้นเสาะหาเฉพาะทำเลดีถึงดีมากแต่ราคาที่ดินต้อง Reasonable Price จึงเป็นเหตุผลให้สามารถกำหนดรูปแบบโครงการออกมาในระดับ Luxury แต่ราคาต่ำกว่าราคาตลาดในประเภทสินค้าระดับเดียวกันได้ ด้วยเหตุนี้ลูกค้าของ V Property จะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าตลาดอยู่แล้ว โดยไม่ว่าจะซื้อคอนโดมิเนียม VTARA36 หรือ โครงการใดในเครือ V Property เพื่อการปล่อยเช่าหรือเพื่อขายในระยะยาวก็ล้วนแต่จะกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างแน่นอน นอกจากนั้น V Property ยังมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทชั้นนำช่วยหาผู้เช่าชาวญี่ปุ่นที่ถือเป็นผู้เช่าชั้นดี อีกทั้งยังมีบริการช่วยขายห้องชุดอีกด้วย”

โดยจุดเด่นของ V Property คือ สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากจะบริการแค่ลูกค้าภายใน (Exclusive Service) ไม่ได้รับบริการคนภายนอก เหมือน Agent หรือบริษัทอื่นๆ ซึ่งจะทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง โดยทั้งหมดนี้เริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ต้องการให้ลูกค้าทุกคนเป็น V-VIP หรือ V Property – Very Important Person ซึ่งหมายถึง V Care 360 องศา ถือเป็นข้อได้เปรียบของ V Property ที่ใช้แข่งกับยักษ์อสังหาฯรายอื่น

หมากที่ 3: เสริมแลนด์แบงก์สุดเจ๋ง เสริมขุนพลฝีมือฉมัง

“บริษัทเตรียมงัดแลนด์แบงก์บนทำเลเพชรและทำเลทองจำนวน 2 ผืนมาพัฒนา โดยผืนแรก–ทำเลเพชร เทียบได้ว่าเป็นผืนสุดท้ายบนทำเลย่านสุขุมวิทตอนกลาง เป็นที่ดินย่านชุมชนยอดนิยมาของชาวไทยและต่างชาติ ทำเลสวยงามชนิดที่ติดบันไดทางขึ้น BTS ส่วนอีกผืนที่เป็นทำเลทอง–อยู่ห่างจาก BTS ไม่กี่นาที อยู่ในย่านยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและกำหนดคอนเซ็ปต์ออกแบบโครงการ”

นายพรชัยกล่าวว่าสุดท้าย คือการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเตรียมความพร้อม โดยขณะนี้ V Property ได้เสริมขุนพลฝีมือดีด้วยการดึงตัวมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทุกตำแหน่งได้สกรีนด้วยตัวเอง เพราะส่วนตัวให้ความสำคัญกับ Corporate Identity เป็นอย่างมาก

Please visit เผยยุทธวิธี 3 หมากรบ V Property เข้าตลาดฯภายในปี 62 ท้าชนยักษ์ชิง Segment คอนโดมิเนียม Luxury เสริมแลนด์แบงก์และขุนพลฝีมือดี for more detail.

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน มอบให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง

แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน หนึ่งในโครงการคอนโดมิเนียมคอนโดใหม่ ในกรุงเทพระดับพรีเมี่ยมของ CMC Group จัดแคมเปญแรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูในราคาถูกใจ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ให้คุณใช้ชีวิตใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ทุกยูนิตการันตีคุณภาพ ความคุ้มค่า อยู่สบายๆ 10 ปี ฟรีส่วนกลาง

โครงการแบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน “The exclusive Private Living” ตั้งอยู่ซอยกรุงธนฯ 5 เพียง 90 เมตร จาก BTSสถานีกรุงธนบุรี บริหารโครงการโดย บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC โครงการเป็นคอนโดมิเนียมแบบ Low-rise 8 ชั้น 1 อาคาร 200 ยูนิต ด้วยแนวคิดการออกแบบที่ตอบสนองความต้องการ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในห้องชุดที่มีฟังก์ชั่นครบ การอาศัยที่เป็นส่วนตัว ออกแบบเพื่อรองรับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม พร้อมด้วยฟังก์ชั่นการหมุนเวียนถ่ายเทอากาศภายในอากาศ พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ช.ม. 7 ระดับ ด้วยขนาดแบบ 1 ห้องนอน 29 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน 47-56 ตร.ม. พร้อมวัสดุระดับพรีเมี่ยม กับโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 3.1 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 120,000 บาท รับลดสูงสุด 200,000 บาท พร้อมค่าส่วนกลางฟรี 10 ปี *

ถนนกรุงธนบุรี เป็นถนนสายที่มีประสิทธิภาพสูง ในเมืองที่ขยาย ในที่นี้ มีการขยายความเจริญที่หนาแน่นฝั่งสาทร สีลม พระราม 4ข้ามผ่านสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มายังเส้นทางถนนกรุงธนบุรี ไปทางเพชรเกษม กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ ทั้งนี้สาเหตุ มาจากที่ดินที่หายากขึ้น ในขณะที่ราคาของที่ดิน ราคาของคอนโดมิเนียมต่อยูนิตสูงขึ้น จนไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว เชื่อมต่อ MRT สายสีน้ำเงินแล้วเสร็จในปี 2562 และยังมีรถไฟฟ้าสายสีทองที่จะทำให้การเดินทาง การจราจร ระบบสาธารณะ เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งคาดว่าราคาจะสูงขึ้นไปตามลำดับ

วิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้า คือเป็นคนทำงานออฟฟิศที่เจอปัญหาการจราจรโดยรถยนต์ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเวลา 06.30-7.45น. บริเวณการข้ามฝั่งจากธนบุรีเข้าเขตเมือง ได้แก่ สาทร สีลม มานานกว่า 30 ปี การจราจรโดยรถไฟฟ้าจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางสูงกว่ารถประจำทาง ดังนั้นการมีที่อยู่อาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า จะคืนความสะดวกคล่องตัวให้ผู้อาศัย และมีเวลาเหลือมากขึ้น การจัด โปรโมชั่นฟรีค่าส่วนกลาง 120 เดือน เป็นการลดภาระด้านนี้อีกทางหนึ่ง และเชื่อว่าโปรโมชั่นจะได้รับการตอบรับอย่างดี เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าโดยลดความกังวลในการอาศัยอยู่ ลดภาระจากการผ่อนธนาคารภาระในการใช้จ่ายประจำวัน สอดรับกับภาวะศก.ในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มโอกาสในการซื้อ และเมื่อโปรโมชั่นนี้ ได้ผลตอบรับที่ดี จะขยายช่องทางการขายในโครงการอื่นๆ ต่อไป

Please visit แบงค์คอก เฟ’ลิซ สาทร-ตากสิน มอบให้คุณอยู่สบายๆ 10 ปี ไม่มีค่าส่วนกลาง for related post.

SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายใต้คอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดโครงการ”นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คอนโดมิเนียมพร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา บนทำเลที่คุ้นเคยเพียง 600 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้าปากเกร็ด ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 1 – 2 กรกฎาคม 2560 นี้

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) ผู้ประกอบการอสังหาฯแถวหน้าของเมืองไทย และในฐานะ Developer รายแรกที่ทำหมู่บ้านโซลาร์เต็มรูปแบบ เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมก้าวหน้าซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ “นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” มูลค่าโครงการกว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแนวคิดใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” เป็นโครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่โดดเด่นด้วยวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมการออกแบบฟังก์ชั่นการออกแบบห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า ราคาเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท เปิดพรีเซลล์ในวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2560

“นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น” เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise โครงการแรกภายใต้แบรนด์ นิช ไอดี ที่มีความสูงถึง 35 ชั้น 1 อาคาร แบ่งเป็นห้องพัก 857 ยูนิต และร้านค้า 7 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 864 ยูนิต สำหรับที่ตั้งที่ตั้งมีศักยภาพและน่าสนใจเพราะติดถนนติวานนท์ ช่วงแยกปากเกร็ด–ถนนศรีสมาน สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีปากเกร็ดที่อยู่ห่างจากโครงการเพียง 600 เมตร พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เช่น เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาแจ้งวัฒนะ, โรงเรียนสวนกุหลาบ นนทบุรี (ตรงข้ามโครงการ) ฯลฯ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีส่วนกลางอำนวยความสะดวกมากขึ้น เพิ่ม ECO Innovation ด้วยการติดตั้ง Solar Pavillion สำหรับพักผ่อนพร้อมชาร์จแบตมือถือจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการดูแลความปลอดภัยถึง 3 ระดับ 1. Keycard Access 2. Lift Access 3. CCTV 24 ชม.

“โครงการ นิช ไอดี แอท ปากเกร็ด สเตชั่น เป็นโครงการที่ SENA เปิดตัวในไตรมาส 3/2560 และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เพราะจุดขายบนทำเลวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา และการออกแบบฟังชั่นการดีไซน์ห้องที่ลงตัวและคุ้มค่า สอดคล้องคอนเซ็ปต์“ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว” ดร.เกษรากล่าว

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (SENA) กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังใส่ใจ ดูแลลูกค้าภายใต้คอนเซ็ปต์ “หัวคิด และหัวใจ” พร้อมบริการดูแลหลังการขาย 360 องศา เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยองศาแห่งความอุ่นใจ ในบริการแจ้งซ่อมออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดย SENA We Care , องศาแห่งความสุข ดูแลทุกโครงการให้อยู่สบายโดย Victory , องศาแห่งความสบายใจ วันไหนก็ยังมั่นคงด้วยบริการรับฝากขาย – เช่า โดย 360° Living agent , องศาแห่งความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะติดต่อหรือติดตาม และยังตรวจสอบปริมาณการลดค่าไฟฟ้าจากโซลาร์ ก็สะดวกสบายด้วยแอพพลิเคชั่น SENA 360° SERVICE

Read related post at SENA เปิดโครงการ “Niche id @ Pakkret Station” ภายในคอนเซ็ปต์ ขยายทุกพื้นที่..ให้ชีวิตลงตัว พร้อมฟังก์ชั่นครบทุกการใช้สอย วิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้าน.

กคช. มอบบ้านพักอาศัยโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2)

การเคหะแห่งชาติกำหนดจัดพิธีส่งมอบอาคารโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2) โดยมี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบ พร้อมด้วย นายธนพล จันทรมินิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ณ บริเวณที่ตั้งโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนนครราชสีมา (ปากช่อง 2) ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เผยว่า การเคหะแห่งชาติพัฒนาที่อยู่อาศัย ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมไทย โดยให้พลเมืองได้เข้าถึงที่พักอาศัยอย่างทั่วถึง ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การเคหะแห่งชาติจึงได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาที่พักอาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักที่อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฯ คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ให้พัฒนาที่พักอาศัยอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนรับประมาณ 2 ล้านหน่วย โดยโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอบสนองทั้งนโยบายของรัฐบาล และดีมานด์ที่พักอาศัยของพลเมือง เนื่องจากอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฟาร์มโชคชัย และแหล่งท่องเที่ยวทางเกษตรที่อำเภอวังน้ำเขียว เป็นต้น ซึ่งแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยอำเภอปากช่องมีนักท่องเที่ยวคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของนักท่องเที่ยวทั้งจังหวัด ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ดีมานด์ด้านที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการพัฒนาที่พักอาศัยในจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ จำนวน 9,022 หน่วย อาทิ โครงการบ้านเอื้ออาทรนครราชสีมา (บ้านเกาะ) โครงการบ้านเอื้ออาทรนครราชสีมา (พิมาย) และเคหะชุมชนนครราชสีมา เป็นต้น โดยมีโครงการที่พักอาศัยในอำเภอปากช่อง ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรนครราชสีมา (ปากช่อง 1) และโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2) ซึ่งอยู่ในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุดที่ 1 ปี 2557 โดยได้ดำเนินการสร้างแล้วเสร็จ มีพลเมืองให้ความสนใจจองเต็มโครงการแล้ว พร้อมส่งมอบอาคารให้กับลูกค้าที่จ่ายเงินสด และลูกค้าที่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสินในล็อตแรกในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 162 ราย

การเคหะแห่งชาติจัดพิธีส่งมอบอาคารในโครงการเคหะชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2) เพื่อมอบที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐานในราคาที่พลเมืองสามารถรับภาระได้ โดยโครงการตั้งอยู่ที่ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ลักษณะโครงการเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดที่ดิน 21 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตร รวมทั้งสิ้น 600 หน่วย ราคาตั้งแต่ 630,000 – 650,000 บาท อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในชุมชน เช่น ลานกีฬาสวนสาธารณะรวมทั้งยังได้จัดสรรพื้นที่สำหรับตลาดประชารัฐชุมชนปากช่องเพื่อส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในชุมชนให้ดีขึ้นมีการหมุนเวียนรายได้และประโยชน์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้กับชุมชนนอกจากนี้

โครงการดังกล่าวยังใกล้กับสถานที่สำคัญ อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สถานีรถไฟ สำนักงานเทศบาลตำบล เป็นต้นโดยในอนาคตยังมีโครงการของภาครัฐที่จะส่งผลต่อศักยภาพของโครงการทั้งในปัจจุบันและอนาคตจำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ – นครราชสีมา และโครงการทางหลวงพิเศษ บางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา อันจะส่งผลต่อความเจริญของอำเภอปากช่อง ด้านการคมนาคมที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ดร.ธัชพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลักด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชนและเมือง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย” พร้อมทั้งปลูกฝังค่านิยมองค์กร “พร้อมเป็นผู้ให้ มีใจเปิดกว้าง สร้างสุขลูกค้า ธรรมาโปร่งใส ใส่ใจในงาน รักการเรียนรู้” ในทุกขั้นตอนของกระบวนการทำงานขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับพลเมืองให้บรรลุตามเป้าที่วางไว้

For related content, please visit กคช. มอบบ้านพักอาศัยโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนจังหวัดนครราชสีมา (ปากช่อง 2).